Oak's profileSpace ของ VivitphongPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
30 October Autumn Break - Part 5Day 7 @ 25/10/2007
จากที่นอนไม่ค่อยหลับเมื่อคืน ... เช้านี้ต้องตื่น ตี 5 เพราะต้องไปขึ้นรถไฟตอน 7 โมงเช้า ... โอยย ไม่อยากตื่นเลย ... แต่ ไม่ได้ๆ เดี๋ยวตกรถไฟ !!! L
มาถึง Milan ตอน 10 โมง .. งงมากๆ เลย ... สถานีใหญ่โตสุดๆ แต่ไม่มี information desk ซักที่ ... ก็เดินงงๆอยู่ กลัวว่า จะหาโรงแรมเจอได้ยังไง ... ลืมจดวิธีไปโรงแรมมา !!! เราก็เดินวนไป วนมาในสถานีรถไฟ กำลังคิดอยู่ด้วยว่า จะหา Day tour ก่อนหรือ โรงแรมก่อนดี ... ที่สถานีรถไฟก็ไม่มีใคร หรืออะไรจะถามหาข้อมูลได้เลย !?!?
โชคดีมากกก ... เดินงงๆ ออกมานอนสถานีรถไฟ ตาเหลือบไปเห็นป้าย Hotel Duca !?!? ... เฮ้ยยย มันชื่อโรงแรมนี่หว่า มองรอบๆ ... เย้!!! เจอโรงแรมแล้วววว ... โห อะไรจะฟลุ๊คขนาดนี้ ... รีบเข้าไป check in ก่อนเลย
โรงแรม ก็งั้นๆอ่ะ .. ห้องก็เล็ก .. แต่ก็เอาว่ะ ... ก็ดี มีแผนที่ให้ด้วย .. ถามเค้า แล้วดูแผนที่ ... อ๋อ สถานีรถไฟ กะ city centre มันคนละที่กัน จะหาทัวร์ ต้อง city centre ... เอ้า ก็ไปกัน
ไปซื้อตั๋ว ... คนขายก็ไม่พูดอังกฤษซะงั้น ... เลยงงๆ ซื้อตั๋วซ้ำกัน 2 ใบ ... เฮ้อ ... เอ้าๆๆ ... พอไปถึง city centre (ตรง Duomo พอดีเลย) ก็ถ่ายรูปๆๆ ... อยู่ๆก็มีคนดำน่ากลัวมา จะเอาเชือกอะไรมาให้ก็ไม่รู้ เราก็ No No No แล้วก็รีบเดินหนีมา ... ซวยอีก !! อยู่ๆ มีคนดำอีกคน มาจับมือเราเฉยเลย แล้วก็เอาเม็ดข้าวโพดมาวางบนมือ นกก็ฮือกันมากิน เราก็ตกใจ พยายามจะสะบัดหนี มันก็ไม่ยอมปล่อยมือ แล้วก็บอกให้ถ่ายรูปสิๆ เราก็ตกใจๆ ก็อ่ะๆๆ ถ่ายก็ถ่าย .. มันก็บอก จะถ่ายให้ซะงั้น ... สรุปคือ โดนหลอก !!! มันก็ยึดกล้องมือถือ เราไว้แล้วจะเอา €20 เราก็บอก ไม่มีๆ มีเศษแค่นี้ๆ (ประมาณ €2) มันก็เอาไป เราก็รีบเอากล้องมือถือ กลับมา ... ซวยจริงๆเลย ... L
อ้าว รถทัวร์มาพอดี ... รีบวิ่งขึ้นเลย
ทัวร์ เมือง Milan ... เราว่างั้นๆ อ่ะ ค่อนข้างน่าเบื่อ ไม่ค่อยมีอะไรดู .. ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้า กะ shopping street ซะมากกว่า ... ร้าน Brand name ทั้งนั้นเลย .. น้องเราท่าจะชอบนะเนี่ย
เสร็จตอน 4 โมง ก็แวะกินของว่าง ... หาซื้อพวก chocolate และ กาแฟ ... หายากมากกกก ... มีแต่ขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของกินยังหายากเลย … T_T (น่าจะซื้อตั้งแต่ที่ Rome ... เฮ้อออ) .. แล้วก็กินข้าวเย็น .. ตอนนั่งทัวร์ ได้ฟังว่า Yellow Risotto เป็นอาหารชื่อดัง ที่มีที่กำเนิดที่ Milan นี้ เลยลองกินดู
เฮ้อออ กลับห้องตอนทุ่มกว่าๆ ... เดี๋ยวรีบนอน รีบตื่นหน่อยดีกว่า ... เช็ค plan ของพรุ่งนี้ .. อ้าว ตายชัก!!! ลืมอ่าน confirmation ของตั๋วเครื่องบิน มันเที่ยว 3 ทุ่มอ่ะ ไม่ใช่บ่าย 2 ที่จดมา (แล้วกูจดมาจากไหนละเนี่ย!?!?!?) ต้องโทรไปขอเปลี่ยน flight กลายเป็นได้ flight 9 โมงเช้า ต้องออกจากโรงแรมตั้งแต่ 6 โมง อดกินข้าวเช้าอีกกู .. ถมต้องเสียค่าเปลี่ยน flight อีก €100 ... โอ้ยยยย จะอะไรกัน ถึงวันสุดท้ายเนี่ย!!!
Day 8 @ 26/10/2007
สรุปแล้ว ก็ต้องตื่น ตั้งแต่ ตี 5 ออกจากโรงแรมม6 โมง ไปถึงสนามบิน 7 โมง check in ... เครื่องออก 9 โมง ... ต้องกินข้าวเช้าที่สนามบิน ... โคตรแพงเลย ... T_T … โอ้ยยยย ... ซวยโคตรรรร
กลับถึง Schiphol ตอน 11 โมง ... ทำธุระเรื่องตั๋วขากลับช่วง Christmas ถึงตอน 11.45 เลยพลาดรถไฟเที่ยว 11.42 ... เอ้า ไม่เป็นไร รอเที่ยว 12.42 ก็ได้ฟ่ะ (กินข้าวเที่ยงที่สนามบิน .. อีกแล้ว!!!)
เฮ้ออออ ... บ่ายโมงครึ่ง ... กลับถึง Rotterdam ซะที ... เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ จริงๆ !! 29 October Autumn Break - Part 4Day 5 @ 23/10/2007
วันนี้ตื่นตั้งแต่ 6 โมง ออกจากที่พัก 7 โมง ไปถึง Vatican ประมาณ 7.45 ได้ขึ้นบน Dome คนแรกเลย ... เย้!!! ... แต่เดินเหนื่อยโคตรๆ (ขนาดขึ้น lift แล้ว ยังต้องเดินขึ้นบันไดอีก 320 ขั้น แถมชันๆ แคบๆ ทั้งนั้น) แต่พอขึ้นไปแล้ว วิวสวยมากๆ เลย J
เอาล่ะ ... เสร็จแล้ว ลงมา ก็เก็บตกภาพใน มหาวิหาร นักบุญเปโตร ต่อจากเมื่อวานที่แบตมือถือหมด ... แต่หารูปปั้น น.ฟิลิป ไม่เจออ่ะ ... ถ้าเจ้าหน้าที่ เค้าก็ว่า ไม่รู้จัก ... สงสัยเรียกไม่เหมือนกัน !?!?!?
พอออกมาตอน 10 โมงกว่าๆ ... โหหหห ... แถวรอเข้า มหาวิหารฯ กะ รอขึ้น Dome ยาวมากกก ดีนะ ที่มาเช้ามากๆ ไม่งั้นรอแง๊กเลย
ออกมาแล้ว ถามหา โบส์ถ St. Anne ที่พี่คนไทยบอกเมื่อวาน ... แต่ถามใร ก็ไม่รู้จัก หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ... ว้า แย่จัง
เอ๊ะ ... เค้าต่อแถวทำอะไรกัน หน้าทางเข้า จตุรัส น.เปโตร เนี่ย ?? ... ลองเดินตามไปดู ปรากฏว่า เป็นแถวเข้า Vatican Museum ... โหยยย ยาวเป็นกิโลๆ เลย .. ไม่ไหวอ่ะๆ ไม่เข้าแล้ว !!!! จะมานี่ สงสัยต้องมา 2 เช้า .. เช้าแรก ขึ้นโดม เช้า 2 เข้า Museum ... T_T
กลับมาเก็บของตอน 11 โมงครึ่ง แล้วก็ไป Bus Tour ได้เห็นเมืองทั่วๆ เลย ก็ดีนะ ... แต่วิ่งเร็วมาก ถ่ายรูปไม่ค่อยทันอ่ะ
เสร็จจาก Bus tour ตอน 3 โมง เลยไป Flamico ซะหน่อย ก็สวยดีนะ คนเยอะด้วย แต่แดดแรงมาก เลยถ่ายรูปแล้วดำๆ .. T_T ... เสร็จแล้ว เห็นมีป้ายชี้ไป Pathenon เอ~ มันอะไรหว่า แวะไปหน่อยละกัน
โหยย ไม่น่าหลวมตัวเดินมาเลย ... ไกลโคตรรรร ... เจ็บเท้าไปหมด ... แต่ก็ดี ระหว่างทางเจอวัด เข้าไปแล้วก็สวยดี ... พอมาถึง Pathenon ฮืมมม เป็ฯวัด ที่ภายนอกเหมือน copy วิหาร Pathenon มามั้ง ข้างในก็ OK อ่ะ (ไม่รู้เป็นเพราะเจ็บเท้าหรือเปล่า เลยไม่ค่อย appreciate เท่าไหร่) ... โอยยย ต้องเดินกลับไปรถไฟใต้ดินอีก ... อยากตัดเท้าทิ้งจริงๆเล้ยยย ..T_T
รีบไปเอากระเป๋า (ที่ฝากอยู่ประมาณ platform 24 ต้องไปขึ้นรถไฟที่ platform 2 .. โอ้ววว พระเจ้าจอร์จ!!! เท้าจะหลุดจากขาแล้ววววว
ถึง Florence ตอน ทุ่ม 40 ทั้งตอนซื้อตั๋ว ตอนขึ้นรถไฟ ขนาดลงมาแล้วก็ยังกลัวว่ามาถูกเมืองมั้ย (Italy เรียก Florence ว่า Firenze เรีก Rome ว่า Roma ส่วน Milan คือ Milano)... แถมตอนถามทางคนแรก ที่สถานี Florence ดันบอกว่า ไม่รู้จักถนนนี้อีก (เอาชื่อ – ที่อยู่ที่พัก ให้ดู) ต้องไปถามคนขายบุหรี่ ถึงได้ไปที่พักถูก ... โหยยย ไม่ได้ใกล้สถานีรถไฟเลยนะเนี่ย ... ฮือออ เท้ากู~! แต่ดีที่ห้องพัก ดีมากๆเลยล่ะ
มาถึง Florence แล้วหิวมาก รีบหา spaghetti กะ pizza กินดีกว่า ... ก็อร่อยดีนะ รสชาติไม่จัดมาก ส่วนราคาก็พอๆ กับร้าน Italian พิซซ่าที่เมืองไทย แต่เค้าเป็นแบบร้านธรรมดาอ่ะ ไม่ได้ hi-class ... รออาหารตั้ง 45 นาที กว่าจะกินเสร็จ กลับที่พักได้ก็ 4 ทุ่ม 45 แล้ว ... รีบนอนๆ
Day 6 @ 24 /10/07
ตื่นเช้า 7 โมง กว่าจะทำอะไรเสร็จก็ 8 โมง ไปรอรถบัสเพื่อ City Sightseeing ตั้งแต่ 8.50 เพราะในโบชัวร์เขียนว่า รถมาตอน 9 โมง ... เอ 9 โมง 10 แล้วทำไม่รถยังไม่มา ... ตายชัก !!! ดูในโบชัวอีกทีปรากฏว่า เป็นเวลาของช่วงเดือน Jun – Sep แต่ไม่มีเวลาของ Oct ... ตายๆๆๆ แล้วเดือนนี้มันยังมีมั้ยเนี่ย ไอ้คนขาย มันก็ไม่บอกอะไรเราเลย ... จะเสียตังค์ฟรี €20 มั้ยเนี่ยกู~! ... เฮ้อ โชคดี มีคนมารอเหมือนกัน เค้ามีแผ่น update ว่า เดือนนี้ รถจะมาตอน 9 โมงครึ่ง ... รอดตัวไป ... รอนานอีกนิด .. มาช้า ยังดีกว่า ไม่มา
Sightseeing Firenze (Florence นั่นแหละคับ) ... เป็นเมืองที่เก่า และสวยมาก ... ที่ Rome จะเป็นแบบว่า เมืองโรมัน ที่ Florence จะเป็นแบบ เมืองยุโรป ในยุค เรเนซองส์ ... พอดูครบรอบ ก็วนไปที่จุดชมวิวอีกที ได้เห็นตัวเมือง Florence ทั้งเมืองเลย ยิ่งให้บรรยากาศ ยุโรปสมัยก่อนมากๆ
นั่งรถลงมา ... แวะที่สะพานเก่าของ Florence (ประมาณ ศ.ต. 14 – 15) สมัยก่อยเป็นถนนที่ทำทอง ขายทอง ... ตอนนี้ ก็เป็นพวกร้านจิวเวอรี่ อารมณ์เหมือนเยาวราชบ้านเราเลย 5555 ... ระหว่างทางที่เดินมา Duomo (คงคล้ายๆ Cathedral) ก็แวะมันทุกวัดที่ให้เข้าฟรีเลย 555 ... ระหว่างทาง ยอมเสีย €5 เข้าไปดู โบสถ์เก่า กะ พิพิธภัณฑ์ (อยู่ด้วยกัน) ที่นึง ไม่ค่อยมีอะไรเลย ... หลังจากนั้น อันไหนเก็บตังค์ ก็ไม่เข้ามันแล้ว!! เพราะแค่เดินดูข้างนอก ก็เหนื่อย ปวดเท้า ปวดขา จะตายอยู่แล้ว ~!!!
โอ๊ะ ... ขากลับเจอร้านขายไวน์ (Wine Shop) ก็เลยเข้าไปชิมดู ... หลังจากชิมไป 3-4 ขวด (อย่างละแก้วนะ อย่างคิดเยอะ!?!?!) เค้าก็เอาอีกขวดมาให้ชิม .. อร่อย!!! ชอบมากๆเลย .. ที่แปลกคือ ตอนเต้าเอามาให้ ให้บอกว่า เค้ามีความรู้สึกว่า เราต้องชอบไวน์ขวดนี้ แล้วเราก็ชอบจริงๆด้วย!?!? … ก็เลยถามเค้ว่า ขวดละเท่าไหร่ .. เค้าว่า €20 เราก็เลยว่า OK งั้นขอขวดที่ถูกกว่านี้หน่อย .. เค้าถามว่า จะเอาซักเท่าไหร่ เราก็ว่า เอาซัก €15 ละกัน .. เค้าเลยบอกว่า งั้นขวดนั้นอ่ะ ขายให้เราที่ €15 ... เราก็เลยซื้อมา พร้อมไวน์ขาวอีกขวดนึง
กลับมาที่พัก เค้าว่า มีร้านอาหาร Italian Traditional meal แนะนำ เราก็ไป ... อ้าว มันก็อีร้านเดิมนี่หว่า ... วันนี้เลยสั่งของใหม่ Gnocchi กะ Facaccia ... ปรากฏว่า มันคือ pasta ปั้นแป้งเป็นกลมๆ กะ พิซซ่าหน้าสด ... แป้งเยอะมากครับท่าน!!! กินซะจุกเลย .. T_T ... แถมรอนานเหมือนเดิม ไปถึง ทุ่ม 45 กว่าจะได้กินก็อีก ครึ่งชม.ต่อมา ... แต่ยังดี วันนี้มี คู่สามี – ภรรยา ชาว USA แก่แล้ว (แต้งงานกันมากว่า 50 ปีแล้ว .. เพราะเค้าบอกว่า เคยมาตอนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ใหม่ๆ... ก็ช่วง 1950s อ่ะ) เข้ามาทัก มาถามว่า ต้องรอหรือยังไง เราก็เลยคุยกะเค้าฆ่าเวลา (... 2 คนกิน Pizza 1 ถาด เราคนเดียว กิน pizza 1 ถาด + ไอ้ Gnocchi อีก 1 จาน !!!... :p)
โอยยย กลับมานอน ... ตอนเช้ากินกาแฟ / ตอนกลางคืนกินโค๊ก (ช่วยย่อย) นอนไม่ได้เลย ... แถมยังมียุง หรือแมลงอะไรไม่รู้ มากวนใจทั้งคืนเลย Autumn Break - Part 3Day 3 @ 21/10/2007
วันนี้ตื่นมา หิมะก็ตกอีกแล้ว ... แย่จัง หนาวก็หนาว แถมพื้นเฉอะแฉะ ซึมทั้งรองเท้า ทั้งถุงเท้าอีก .. เท้าเน่ากันพอดี (แถมตื่นสายกว่าที่ตั้งใจไว้ตั้ง ครึ่งชม. ... T_T)
หลังจากกินข้าวเช้าฟรี (จ่ายไปกับค่าที่พักแล้ว) ซะอิ้มแปล้แล้ว ... ก็check out ไปซื้อ day ticket ของรถไฟใต้ดิน (€10 เอง ก็คุ้มนะ เพราะค่าไปสนามบิน ก็ €8.8 )
โห อีกแล้วครับ ... ดูในแผนที่ เหมือน BMW Museum จะอยู่ใกล้ สถานีรถไฟใต้ดิน ปรากฏว่าไม่ได้ใกล้เลย เดินตั้งเกือบ 30 นาทีแน่ะ พอไปถึง .. อ้าว ทำไม Museum เล็กนิดเดียวเอง แต่ก็ได้เข้าฟรี ก็ OK ... เอ~ ทำไมน้า???
อ๋ออออ ... โชคดีสุดๆเลย ... weekend นี้เป็น Grand opening ของ BMW Welt ตึกใหม่ของ BMW ซึ่งต่อไปจะเอา Museum มารวมไว้ในนี้ด้วย เค้าก็เลยให้เข้าไปดูได้ฟรี (รวมทั้งที่ Museum ด้วย) ... เป็นตึกที่ดูสวย ทันสมัย modern Hi – tech มากๆเลย
ตอนขากลับ ... อ้าว มีสถานีรถไฟใต้ดินใกล้ๆ ซึ่งเป็ฯสถานีที่ต่อจาก สถานีที่ระบุใน web มาอีก 1 สถานี ... โหยยย แล้วก็ไม่บอก ให้เราเดินตั้งนาน
God Bless Me!! โชคดีอีกแล้ว พอมาถึง city centre ก็เห็นคนยืนมุง เหมือนรออะไรอยู่ เราก็เลยเข้าไปรอกะเค้า ... อ๋อเป็นเวลาที่หอนาฬิกา จะมีตุ๊กตาเต้นระบำพอดีเลย ... เลยถ่าย VDO เก็บไว้ด้วย
ดูเสร็จ ... เดินไปเดินมา .. อ้าว เจอวัดด้วย ... พอเข้าไป โหยยยย อะไรจะโชคดีขนาดนี้ นอกจากจะเป็ฯ Cathedral แล้ว ยังเป็นเวลามิสซาพอดีเลย (เข้าไปตอน อ่านพระวรสารอยู่) แหม โชคดีจริงๆ เลยได้เข้ามิสซาวันอาทิตย์ด้วย ... in the name of The Father, The Son, and The Holy Spirit … Amen!
เสร็จจากมิสซา ก็ออกมาเดินเล่นใน City Centre ต่อ ... แต่สงสัยเพราะเป็นวันอาทิตย์ แล้วก็หิมะตกด้วย (ตกปรอยๆ ตั้งแต่เช้า พอออกจากมิสซา หยุดแล้ว แต่ยังหนาวอยู่ แถมหิมะละลาย ถนนหนทางเลย เฉอะแฉะไปหมด ... T_T) ร้านรวงไม่เปิดซักกะร้าน จะเปิดก็แต่ร้านอาหาร คนก็ไม่ค่อยมี คือมีคนเดินบ้าง แต่ไม่คึกคัก
เบื่อ ... เลยหาของกินตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง ... เมื่อคืนกินไส้กรอก คราวนี้ก็ต้องกิน ขาหมูเยอรมัน ... โหหห เยอะมากกก (กิน 2 คนกำลังดี) อิ่มจนจะอ้วกแน่ะ !!!
เอาล่ะ เคลื่อนตัวไปสนามบินตั้งแต่ 2 โมง 40 ถึงสนามบินตอน 3 โมงครึ่ง (flight ออกตอน 6 โมง) คราวนี้ให้ตายก็ไม่น่าจะตกเครื่องแล้วล่ะ ... check in เสร็จ ไปนั่งรอมันหน้า gate เลย
ออกจาก Munich ตอน 6.30 ถึง Rome 7.45 ออกจากสนามบินตอน 8.35 (เป็นสนามปินที่ดูกิ๊กก๊อกมากกก ขอบอก ... แถมไม่มี information อะไรเลย) ถึง Rome Termini ตอน 3 ทุ่ม 10 ... การบอกทางไปโรงแรมออกจะงงนิดๆ แต่ก็ OK หาไม่ยาก ... ไม่น่าจะมีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วนะ !?!?!?
ถึง โรงแรม check in เข้าห้องพัก ... โหหหห ขอบ่นหน่อยเหอะ แพงกว่าที่ Munich ตั้งเกือบ €10 แต่สภาพแบบว่า ห่วยสุดๆ ... ไม่ไหวเลย … L
Day 4 @ 22/10/2007
เช้าวันนี้ ตื่นสายกว่าที่ตั้งใจไว้นิดหน่อย ... โหหหห ‘ไรว่ะ ค่าที่พักแพงกว่า Munich สถานที่ห่วยกว่าแล้ว อาหารเช้ายังสุดจะห่วยเลย ... ไม่ไหวๆ .. เอาว่ะ กินกันตาย !!
เอาล่ะ ... วันนี้ไปไหนก่อนดีเนี่ย ... ฮืม ไป Coliseum กะ เมืองโบราณที่อยู่ใกล้กันก่อนละกัน ...
ไปเมืองโบราณก่อน โอ๊ะ ... ก่อนถึง มีสนามแข่งม้า สมัยก่อนอยู่ด้วย ก็ไม่ค่อยใหญ่นะ .. ไปเมืองโบราณ ... อ้อ มี 2 sections ที่ลาน เปิดให้เข้าฟรี แต่ส่วนข้างบนต้องเสียตังค์ ... เอ้า ไหนๆมาแล้ว ก็ยอมว่ะ จะได้ดูได้ทั่ว (ตั๋วรวม ใช้ได้ทั้งเข้า Coliseum และส่วนบนนี้ด้วย) ... โหยยย อะไรจะกว้างขนาดนี้ มองจากข้างนอกไม่รู้นะเนี่ย เดินซะขาลาก แถมเกือบจะหลงอีก
เสร็จแล้ว เดินออกมา ... เอ๊ะ เห็นรูปปั้นเทวดายืนบนรถศึกแว๊บๆ แวะไปดูซะหน่อย ... อ๋อ เป็นอนุสาวรีย์ทหารนิรนามจากสงครามโลกนี่เอง ทำซะอลังการเลยนะเนี่ย
เอาล่ะ ทีนี้ก็ไปดู Coliseum ซะที ... โหย ต้องเดินอ้อมกลับไปไกลมากกกก ... แต่ก็คุ้มนะ ยิ่งใหญ่ อลังการมากๆเลย ... ดูเสร็จ อ้าว เพิ่งบ่ายโมงกว่าๆเอง ... OK งั้นไปสำรวจ ที่ทางว่าจะไปวาติกันยังไงดี
พอไปถึง ไปถามพี่ทหารสวิตฯ ท่านว่า เข้าวาติกันไม่ได้ จะเข้าได้เฉพาะเขตมหาวิหาร St. Peter กับ Vatican Museum เท่านั้น ... อ้าว ... อดเลย ... โธ่เอ้ยยย น่าจะตัดใจโทรคุยกันพ่อนุ ตั้งแต่ก่อนมา เผื่อพ่อจะพาเข้าได้ ... T_T
OK ไหนๆ มาแล้ว ไปดูมหาวิหาร St. Peter (S. Pietro Basilica) ก่อนก็แล้วกัน ... เอ๊ะ ทำไมตรงทางเข้ามหาวิหาร ที่ทางที่ปล่อยคนเข้า แล้วก็ แถวอีก 2 แถว (แถวนึงคนน้อย แถวนึงคนเยอะ และรอนานมากกกก) อ๋อ แถวคนเยอะ จะขึ้นไปบนโดมด้านบนของมหาวิหาร ส่วนแถวคนน้อย (และเคลื่อนเร็วกว่ามาก) ลงไปที่สุสาน Pope ... OK งั้นเราลงไปดูสุสาน Pope ก่อน ... ฮ้า ได้เคารพสุสาน Pope จอห์น ปอล ที่ 2 ด้วย เอาล่ะ ขึ้นมาแล้วก็เข้าไปใน มหาวิหารต่อ ... โอ้วววว อลังการมาก สวยสุดๆ มีรูปปั้นเต็มไปหมดเลย ... อ๊ะ เจอคนไทยอีกแล้ว ... เค้าบอกว่า ให้ลองหา St. Anne Church ดู ถ้าเข้าไป ก็ถือว่าเข้าในเขตวาติกันแล้ว ...OK ไว้เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปลองหาดู (พี่เค้าว่า ถามคนอิตาลี ใครๆก็รู้)
อ้าวววว... เพิ่งดู + ถ่ายรูปได้ครึ่งเดียวเอง แบตมือถือหมดซะแล้ว ... ซวยจริงๆกู ... เอ้า ไม่มีทางเลือก ก็ต้องกลับก่อน ไว้พรุ่งนี้มาใหม่
อะไรจะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดขนาดนี้ว่ะ!!!! กลับมาที่ห้อง ตั้งใจว่า จะชาร์ตมือถอซักครึ่งชม. แล้วก็ออกไปเดินดูเมือง ระหว่างรอ ก็เขียนบันทึก แล้วก็จัดของ ... ปรากฏว่า ตั๋วรถไฟหาย!?!?!? แง๊ๆๆๆ .. ตั๋วรถไฟที่จะไป Florence กับ Milan หายไปไหนก็ไม่รู้อ่ะ พลิก รื้อ ค้น กระเป๋าเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ... สงสัยคงทำตกหาย ระหว่างที่วิ่งวุ่น ตกรถไฟอยู่แน่ๆเลย ... T_T … โหหห ชีวิต!!! ตั้ง 3,300 บาทแน่ะ!!!
เซ็งจัด ... หลังจากไปคุยกับเจ้าหน้าที่ ที่สถานีรถไฟแล้ว ไม่มีทางอะไรช่วยได้นอกจากซื้อตั๋วใหม่ ... เลยหาอะไรกินรองท้อง แล้วก็ไปนอนดีกว่า ... พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ไปรอขึ้นโดมที่ มหาวิหารนักบุญเปโตรอีก .. เฮ้อ Autumn Break - Part 2Day 2 @ 20/10/2007
ออกจากห้องน้องหล้าตอนตี 4 เพื่อไปให้ถึง Schiphol ตอนประมาณ ตี 5 ซื้อตั๋วของ Lufthansa เพื่อเดินทางตอน 7 โมงเช้า … ค่าตั๋วตั้ง € 252 โคตรแพงเลย ... ทำไงได้ว่ะ เสือกโง่เอง กู … T_T
ถึง Munich ตอน 8 โมง 40 ... เออ ไม่ต้อง check out สงสัย ถ้าเดินทาง within EU จะเหมือนเดินทางในประเทศเราเนอะ ไม่ต้องผ่าน check VISA
มาถึง ก็ต้องซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมือง ... โหยยย สุดจะไม่รู้เรื่องเลย (ภาษาเยอรมันล้วนคับ ไม่มีอังกฤษสักตัว) ทำไงดีว่ะเนี่ย ... counter ให้ถามก็ไม่มี ??? .. สุดท้ายดีว่า มีคนแก่คนนึงมาช่วย เราก็ชี้ๆแผนที่ให้ดูว่าจะไปไหน เค้าก็กดๆให้ ... โห แค่เข้าเมือง ค่าตั๋วตั้ง € 8.8 ... แถมนั่งตั้ง 45 นาทีกว่าจะถึง ... เอาว่ะ OK ถือว่า ได้ survey ก่อนจะต้องนั่งเครื่องไป Rome ละกัน (เดี๋ยวพลาด ตกเครื่องบิน คราวนี้จะซวยอีก!!!)
มาถึงสถานีรถไฟหลัก ตอน 9 โมง 40 รีบถามทางไป Fǖssen ไปทัวร์ปราสาทก่อน ... เฮ้ยยยย ตั้งนั่งรถไฟตั้ง 2 ชม.เลยเหรอ ไม่รู้มาก่อนเลย ... เอาว่ะๆ ไหนๆก็ไหนๆ ... อ้าว!!! รถเที่ยวเร็วสุดคือ10 โมง 51 ถึงตอน เที่ยง 55 แต่จองคิวไว้ เที่ยง 45 ก็ไปสายอีกเด่ะ ... ทำไงดีว่ะ ... เอ้า ซื้อไปก่อน แล้วไปหาโทรศัพท์ โทรขอเลื่อนล่ะกัน
อ้าว ... โทรศัพท์ใช้ไม่ได้อีก .. ทำไมล่ะเนี่ย ??? ... OK งั้นไปที่พัก ขอโทรศัพท์เค้าใช้ละกัน (ดูแผนที่แล้วใกล้ เดินแป๊ปเดียวน่าจะถึง)
โหหหหหยยยยย ... ที่พักไม่ได้ใกล้อย่างที่บอกเลย (มันบอกว่าเดิน 10 นาทีจากสถานีรถไฟ เราเดินตั้ง 30 นาที) ... เอ้า!!! อีที่พักนี่ก็งี่เง่าอีก ขนาดเราบอกว่า มีรถไฟต้องไปขึ้น ยังทำอะไรชักช้า จะให้ check in – check in – จ่ายตังค์ – จ่ายตังค์ อยู่นั่นแหละ ... เอ้าๆๆ จะทำอะไรก็เร็วๆเข้า (แถมซวย!! โทรไม่ได้ ต้องให้คนที่โรงแรมช่วยกดโทรให้อีก ... ทำไมระบบมันงง งี้ว่ะ)
T_T”… สรุป กว่าจะวิ่งไปถึงสถานี (วิ่งไปใช้เวลาเกือบ 15 นาที) ก็ 10 โมง 55 แล้ว ... ตกรถไฟอีกแล้วกู ... ก็ต้องไปบอกเค้าว่า ขอใช้ตั๋วอันเก่า ไปรถไฟเที่ยวใหม่ แถมต้องรอตอน 11 โมง 51 กลายเป็นว่า ยิ่งสายเข้าไปอีก (สายกว่าตอนที่บอกทางปราสาทไว้อีก .... โฮๆๆๆ เค้าจะให้เข้ามั้ยเนี่ย ... ถ้าไปถึงแล้วไม่ให้เข้าจะทำยังไง !?!?!?)
เอาว่ะ ... คราวนี้ปักหลักรอมันอยู่ที่สถานีนี่แหละ ... ก็กินแซนวิชโง่ๆ กะโค๊ก Mc ไปล่ะกัน
ถึงตอนขึ้นรถไฟนี่ก็ระทึกพอกัน ... ในตั๋วที่เค้าออกให้ใหม่ ก็บอกว่า platform นี้ เวลานี้ ... แต่ป้ายรถ ไม่ใช่ Fǖssen ... คุยกับคนเดินตั๋ว มันก็พูดภาษาเยอรมันอะไรก็ไม่รู้ แล้วก็ลงท้ายว่า yes yes yes .... โชคดีที่มีฝรั่ง 2 คน ผัว – เมีย จะไปทัวร์ปราสาทเหมือนกัน (เค้าไปถามอีคนเดินตั๋วคนนั้น มันก็เหมือนเดิมเดี๊ยะ พูดภาษาเยอรมันอะไรก็ไม่รู้ แล้วก็ลงท้ายว่า yes yes yes) ทั้งคู่ก็งงๆ แต่ก็ขึ้นรถไป เราก็เลยเกาะไปด้วยซะงั้น 555
ขึ้นไป เจอคุณยายแก่ๆ ก็ถามแกดูอีกทีเพื่อความชัวร์ แต่เหมือนแกจะไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษ แกก็พยายามตอบเป็นภาษาเยอรมัน (… แล้วกูจะรู้เรื่องมั้ยเนี่ย !?!?) แล้วก็เอาแต่ยิ้ม โชคดี มีพี่ตำรวจ เหมือนนั่งรถไฟเพื่อกลับบ้าน เค้าก็มาคุย มาถาม แล้วก็ช่วยดีมากเลย บอกว่า เออเนี่ย ขบวนนี้แหละ แต่ต้องไปเปลี่ยนขบวนนะ .. รู้หรือเปล่า ..แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะบอกให้ว่าต้องเปลี่ยนที่ไหน แล้วแกก็หันไปอธิบายให้ไอ้คนเดินตั๋วมันว่า เราจะเอาอะไร ... เฮ้อ ... สงสัยเป็นเทวดาของพระเจ้าแน่ๆเลย (พอดีคุณพี่ตำรวจแกต้องลงก่อน ก็ยังอุตส่าหันมาบอกว่า ให้รอนะ สถานีหน้ายังไม่ใช่ อีกสถานีถัดไปให้เปลี่ยนขบวนนะ ... แถมพอถึงที่ คุณยายแกก็สะกิด แล้วก็ชี้ๆๆ)
พอถึงปราสาท เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปคุยก็ดีนะ คุยภาษาอังกฤษชัดมากด้วย แกก็ดี เปลี่ยนคิวให้ cancel การจองให้ (ไม่งั้นต้องเสียอีก €5) แกบอกว่า เรามาช้า ทำให้เวลาไม่พอ เลือกดูได้แค่ปราสาทเดียว ... เราก็เลยไปปราสาทใหญ่ (ต้องเดินขึ้นเขาไปอีก 40 นาทีแน่ะ ... ถ้าไม่งั้น รถบัส €8 .. รถม้า €5 … เดินก็ได้ว่ะ) ตอนเดินขึ้นไป หิมะก็ตกปรอยๆ แล้ว
ตอนกำลังรอเข้าปราสาทอยู่ .. เฮ้ย ได้ยินเสียงภาษาไทย ... ดีใจจัง เจอคนไทยด้วย J … หิมะก็ตกจริงจังแล้ว หนาวมากๆเลย
ได้เข้าปราสาทตอน บ่าย 3.50 … OK ปราสาทก็สวยดี .. เป็นปราสาทหงส์ขาว เพราะท่านเจ้าของแกชอบหงส์ขาวมากๆ ... แต่วางแผนไว้จะสร้างห้อง 64 ห้อง สร้างเสร็จไปแค่ 16 ห้อง แกก็ตายซะก่อน ก็ค้างไว้ซะงั้น ไม่สร้างต่อ (ตายไปได้แค่ อาทิตย์เดียว ก็เปิดให้ประชาชนเข้าชม ตั้งแต่นั้นมา)
พอลงมา เดินลงมาจากเขา หิมะตก พื้นก็เปียก รองเท้า – ถุงเท้า เฉอะแฉะไปหมดเลย … L รอรถบัสอยู่ตั้งครึ่งชม.ก็ยังไม่มา ... เริ่มกลัวว่าจะตกรถไฟอีกแล้ว ... คราวนี้ถ้าตกต้องค้างที่นี่นะเนี่ย ทำไงดีเนี่ย
อ้าว ... เจอครอบครัวคุณอาคนไทยอีกแล้ว ... รีบเข้าไปถาม อ๊ะ จะกลับ Munich เหมือนกัน .. เย้ๆๆๆ เกาะไว้ซะเลย 555 กว่ารถบัสจะมาก็ 5 โมงกว่า กว่าจะได้ออกจาก Fǖssen ก็ 6 โมง (ถึง Munich ตอน 2 ทุ่ม) ... นั่งรถไปก็คุยกะคุณอาเค้า ได้ความว่า เป็นคุณหมอศัลยฯกระดูก ที่โรงพยาบาลสมิธติเวช มาดูงานที่ Munich พอดีลูกๆปิดเทอม เลยเอามาเที่ยวด้วย
กลับถึง Munich ... หิวมากๆเลย ... ฮืมมมม มาเยอรมัน หาไส้กรอกเยอรมันกินดีกว่า (ต้องกินกะเบียร์ด้วย 555) => ฮืม กินแล้วเราก็ว่า เหมือนไส้กรอก TGM อ่ะ แต่เบียร์ผสม lemon นี่อร่อยดีนะ เบาๆดีด้วย
กลับที่พัก เขียนบันทึกแล้วก็นอนดีกว่า ... ดูแล้ว คนเยอรมัน ไม่เห็นพูด ขากๆ เคอะๆ เหมือนที่ Frank ว่าเลย ... แถมได้ความช่วยเหลือตั้งหลายอย่าง ก็ไม่ได้ ดูชาเย็น แข็งกระด้างเหมือนที่เค้าว่ากันเนอะ Autumn Break - Part 1Day 1 @ 19/10/2007
วันนี้จะไปเที่ยวแล้ว วางแผนจะเดินทางโดยรถนอน จาก Rotterdam ไป Munich (ต้องไปเปลี่ยนรถไฟที่ Utrecht)
เรียนเสร็จ รีบกลับบ้านอาบน้ำ check สัมภาระ เสร็จตั้งแต่ 6 โมง ... ตามตารางเวลาที่ check การจองตั๋ว ต้องออกจาก Rotterdam ตอน 2 ทุ่ม 17 นาที ไปถึง Utrecht ตอน 2 ทุ่ม 56 นาที แล้วขึ้นขบวนใหม่ ตอน 3 ทุ่ม 2 นาที ... เหลือเวลาตั้ง 2 ชม. ไปกินข้าว (ฟรี ตามความเมตตาของน้องๆ 5555) ที่บ้าน Defthaven ก่อนดีกว่า
ชั่งน้ำหนักก่อน ไป ... ว้ากกก!!! หนัก 69 โล ขึ้นมาตั้ง 5 โลเชียว … T_T
เอาล่ะ กินข้าวเสร็จ เดินทางไป Rotterdam Centraal ตอน 2 ทุ่มพอดี แวะซื้อคุ๊กกี้ซะหน่อย ... ไปขึ้นรถไฟทัน ตอน 2 ทุ่ม 17 พอดีเลย 5555
SHIT!!! ไปถึง Utrecht ตอน 3 ทุ่ม 3 นาที เห็น รถไฟขบวนที่ต้องขึ้น ออกไปจะๆตาเลย … T_T ... แง๊ๆๆ!!! ไปถาม เค้าบอกว่า นั่นเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายของคืนนี้ ที่จะไป Munich แล้ว แถมโดนว่าอีกว่า ทำไมไม่มาล่วงหน้าซัก 1 ถึงครึ่ง ชม. ... โอ้ยยย!! ก็ดันไม่คิดว่ารถไฟจะ late อ่ะ ... ทำไมโง่งี้ว่ะกู !?!?
เอ้า!! งั้นต้องไป Schiphol นั่งเครื่องบินไปแล้ว ไม่งั้น ไปไม่ทัน tour ปราสาทที่ plan ไว้แน่ๆ .. เจ้าหน้าที่เค้าก็ช่วยโดยออกตั๋วฟรี ไป Schiphol ให้
โอ้ยยย !!! ซวยไม่รู้จักจบจักสิ้น ... มาถึง Schiphol ตอน 4 ทุ่ม ปรากฏว่า ไม่มี flight อีก จะมีออกเร็วสุดคือ 7 โมงเช้า ... โหหห ชีวิต!!!
ตอนแรกตั้งใจจะนอนสนามบินแล้ว .. แต่ดีที่น้องอิมรอน บอกว่า ให้ไปนอนบ้านเพื่อนเค้าที่ Amsterdam ดีกว่า ... คืนนั้นเลยได้ความเมตตาของน้องหล้า @ AMS ให้ที่พัก 1 คืน
สรุป วันนี้ก็ไม่ได้ไปไหน ยังอยู่ Netherlands ... วิ่งวุ่นมันทั้งคืนเลย ... วันนี้ได้ความว่า การจะเดินทางไปไหน โดยเฉพาะถ้าเราวางแผนล่วงหน้า และจะไปต่างประเทศ ควรจะเผื่อเวลาไว้ 1 ชม. เป็นอย่างน้อย 18 October Life in Netherlands 430 Sep 07
I went to Sunday Mass as usual but I had to be surprised!!! Female led the Mass today and not even in a priest dress (some dress like a reader in Mass in Thailand). So I asked her after the Mass and she said she came from some Reformed Church … I didn’t know what it is??? … Anyway, she said she came from there and Here, in Netherlands, not only priest can do the Mass but there are some kind of Reformed Church or Organization that the officers there, both male and female, can do Mass!!!
Quite interesting, isn’t it???
By the way, the music during the Mass is gorgeous. They play “real” organ!!! Very powerful! The choir was so-so, though, our choir of St. Louis Church is very much gorgeous…. 5555
4 Oct 07
In IPD group meeting today, I have learned something that is quite different!!! ‘Team’ here is quite strange in my mind.
In Thailand, our ‘team’ is supposed to have ‘team leader’, especially for project team, there should be ‘project leader’. The main function of the leader is to be a axis of the team; to be a pole holding ‘team members’ together.
Here, in Netherlands, thing is quite different. Every team members are supposed to take responsibility in ‘being with the team’; that is normal and natural, I think. But, the difference is there is no leader!!! Every member is supposed to individually drive team’s goal and team’s direction. However, there is no need to make consensus or collective direction, decision or action on work project!!!
In term of Organizational Behavior theory, the concept of ‘Team’ here seems to evaluate to the stage of Self-managed Team; further than what is in Thailand.
But, when it comes to the issue of conflict (raising from personal conflict, in my case), ‘TEAM’ calls for collective behavior!?!?!?
I am confusing!!!
18 Oct 07
Today is 18 Oct 07. First thing I have to make complaint here is about my Bank Account. 4 weeks ago, the GR&SS Office said to me that it would take 3 more weeks to arrange me the bank account, it was how it works here … so please wait!?!?
OK, then … I waited
A week before (3 weeks had passed – so the deal date!!), I still didn’t get my Bank account. The office said (after 2 days of complaining) that this was unusual (OF CAUSE, DARE SAY “it is usual” si!!!) but we sent all document, I really didn’t know why (this words again!!) you had to wait …. AGAIN!!!
This week, after a couple of complaining, there is an announcement (just today) that “ONLY FOR CHINESE STUDENT, Please blab la bla … to get the Bank Account (the process in the announcement would take a few weeks more)” … WHAT!?!?!? Then, I go to the office again, asking them what do they mean, so what do I “THAI STUDENT” have to do … they said OK OK let we check first and we will call you …. WHAT THE HELL!?!?!?
Fortunately that I gave them wrong number, so I had to go back to them in the afternoon.
They said “We are really sorry but the bank lose your document so I will sent it to the bank and let them contact to your email as soon as possible” … WHAT THE FUCK!?!?!? I don’t believe her bull-shit … It must be the Office who lose the document, not the bank
And then it was. How do I know? Because just after the Office sent my document to the bank, they make the appointment for me to go getting my bank account on the coming Monday … That’s proved!!! It is the Office who is slow and late and careless!!!
Anyway, let talk about my trip;
I will have trip to Munich – Germany and Italy (Rome, Florence and Milan) during the Autumn break. I plan to visit Castle and BMW Museum in Munich. Going to Italy, I just go to see the city, not specific plan yet. But especially in Rome, I intend to visit Vatican… The Holy Roman Catholic Church … God Bless Me!!! |
|
|